เลือกซื้อประกันที่ดีที่สุด..

Last updated: Jun 26, 2018  |  213 จำนวนผู้เข้าชม  |  รีวิวลูกค้า ติดตั้งALPHARD การใช้งานรถharrier

เลือกซื้อประกันที่ดีที่สุด..

เลือกซื้อประกันรถยนต์ที่ดีที่สุดในประเทศไทย
หลายๆ คนที่ขับรถยนต์มักจะคิดว่าการซื้อ "ประกันรถยนต์" คือภาระทางการเงินเพิ่มเติม ที่ไม่ค่อยจะอยากเสียเท่าไหร่ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า จริงๆ มันคือวิธีการจัดการ "ความเสี่ยง" ได้ดี เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าในอนาคตเราจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นหรือไม่ หรืออาจจะมีคนขโมยรถ เป็นต้น

การขับรถ คุณอาจจะเจออันตรายได้ทุกเมื่อ และไม่ว่าใครจะเป็นคนผิดก็ตาม การที่คุณไม่มีประกันคุ้มครองไว้ คุณอาจจะต้องจบลงด้วยการเสียเงินมากกว่าที่คุณในการซ่อมแซมค่าเสียหายต่างๆ เป็นต้น

-ประกันรถยนต์ในประเทศไทย

-ประหยัดเงินกับประกันรถยนต์

-รถยนต์ถูก ประกันรถยนต์ก็ถูกตาม                                 

-ขับรถอย่างมีความรับผิดชอบ

-ต่อประกันรถยนต์รายปี อย่าซื้อรายเดือน

-คุณต้องรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับประกันรถยนต์

*ประกันรถยนต์ทำงานอย่างไร*

หากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ค่าใช้จ่ายที่ตามมาคือ ค่ารักษาพยาบาล ค่าเสียหายที่เกิดต่อรถของคุณ และรถคู่กรณี ความเสียหายต่อบุคคลภายนอกที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งความเสี่ยงเหล่านี้จะถูกจัดการด้วย "ประกันรถยนต์" โดยบริษัทประกันจะจัดเก็บเบี้ยประกันจากคุณตามประเภทประกันรถยนต์ ซึ่งหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น และมีการเคลม ประกันจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

*ประกันรถยนต์ภาคบังคับ*

การประกันรถยนต์ภาคบังคับตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.253 คือการบังคับให้รถยนต์ทุกคันที่จดทะเบียนกับการขนส่งทางบกจะต้องทำประกันภัยตาม พ.ร.บ. ที่ว่านี้ หากไม่ทำก็จะมีความผิด มีโทษปรับไม่เกิน10,000บาท หรือแม้ทำแล้วแต่แต่ไม่ติดเครื่องหมายไว้ (สติกเกอร์ พ.ร.บ.บุคคลที่ 3) ที่รถให้เห็นชัดเจนก็มีโทษปรับไม่เกิน1,000บาท ประกันนี้จึงมักเรียกกันย่อ ๆ ว่า ประกันภาคบังคับ

*ประกันรถยนต์ภาคบังคับจะคุ้มครองเฉพาะ "บุคคล" ไม่คุ้มครอง "รถ"*

พ.ร.บ. นี้ท่านสามารถซื้อได้ที่ บริษัทประกันรถยนต์ ผู้ขายรถยนต์ และ กรมการขนส่งทางบก (DLT) สิ่งที่ท่านต้องนำไปด้วยตอนซื้อคือ เล่มทะเบียนรถยนต์สีน้ำเงินนั่นเอง

-หน่วยงานควบคุมประกันในประเทศไทย

-ประกันรถยนต์คุ้มครองอะไรบ้าง
ประกัน พ.ร.บ.

คือประกันรถยนต์ภาคบังคับ ที่ยานพาหนะทุกคันต้องมี โดยจะคุ้มครองแค่ "บุุคคล" เท่านั้น แต่ไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับ "รถ"

*ความคุ้มครองความเสียหายกับรถจากการชน*

การคุ้มครองในส่วนนี้จะคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนผิดหรือไม่ก็ตาม และถ้าค่าซ่อมแซมสูงกว่าราคารถยนต์ บริษัทประกันจะดำเนินการเปลี่ยนรถยนต์ให้ใหม่ตามราคาตลาดในขณะนั้น

*ความคุ้มครองรวม*

นอกเหนือไปจากการชนนั้น การคุ้มครองในส่วนนี้ คือในกรณีรถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม ของตกใส่รถ สัตว์ทำร้าย ซึ่งการคุ้มครองประเภทนี้ถือว่ามีราคาแพงที่สุด

*ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล*

ในส่วนนี้ บริษัทประกันจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้คุณ ผู้โดยสาร หากมีการชนเกิดขึ้น ไม่ว่าใครจะเป็นผู้กระทำผิดก็ตาม

*ความคุ้มครองส่วนบุคคลในกรณีบาดเจ็บ*

ส่วนนี้จะต่อไปจากความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล โดยจะคุ้มครองในกรณีที่คุณไม่สามารถไปทำงานได้ โดยจะจ่ายรายได้ที่หายไป รายจ่ายในการเลี้ยงดูบุตร หรือค่าใช้จ่ายในงานศพเป็นต้น

ความคุ้มครองอื่นๆ

นอกจากความคุ้มครองขั้นพื้นฐานที่ว่าแล้ว คุณสามารถเลือกความคุ้มครองเพิ่มเติมได้อีก อาทิ การเปลี่ยนรถใหม่ โบนัสหากไม่มีการแจ้งเคลม เป็นต้น

*การคุ้มกันผู้ต้องหา*

จะมีประโยชน์ในกรณีที่คุณเป็นคนผิดและถูกจับจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

-ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อเบี้ยประกัน
เพศและอายุ

ตามสถิติแล้ว ชายหนุ่ม โดยเฉพาะวันรุ่น จะมีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุมากกว่าผู้หญิงวัยรุ่น ดังนั้นจึงอาจมีเบี้ยประกันที่แพงกว่า ขณะที่ชายสูงอายุ จะมีความเสี่ยงน้อยกว่าผู้หญิงสูงอายุ

*สภาพสมรส*

ชายที่มีครอบครัว ตามสถิติ จะเกิดอุบัติเหตุน้อยครั้งกว่า ชายโสด เพราะฉะนั้น คนที่แต่งงานแล้วจะมีเบี้ยประกันที่ถูกกว่า แต่อย่างไรก็ตาม ก็ขึ้นอยู่กับประวัติการขับขี่ของคุณด้วย ถ้าคุณแทบจะไม่เคยมีอุบัติเหตุเลย คุณก็จะจ่ายเบี้ยถูก

*ท้องถิ่นที่คุณขับขี่รถยนต์*

ท้องถิ่นที่คุณอยู่ และใช้รถยนต์ก็มีผลต่อเบี้ยประกันเช่นเดียวกัน อาทิ ในท้องที่ที่ไม่มีการจราจรที่หนาแน่น จะมีเบี้ยประกันที่ถูกกว่า ท้องที่ที่มีความหนาแน่นในการใช้รถยนต์สูง ส่วนปัจจัยอื่นๆ ที่อาจจะส่งผลเช่นกัน อาทิ จำนวนระยะทางที่ขับรถในแต่ละปี จุดประสงค์ในการใช้รถ จำนวนคนที่โดยสารในรถ สิ่งนี้กระทบการคำนวนเบี้ยประกันทั้งหมด

*ประเภทยานพาหนะ*

ตามหลักการแล้ว รถที่ราคาถูกกว่า เบี้ยประกันจะถูกกว่า เพราะบริษัทประกันพิจารณาที่ความถูกแพงของการซ่อมแซมด้วย และรถที่ถูกกว่า ก็มีค่าอะไหล่และการซ่อมที่ถูกกว่านั่นเอง

*ประวัติการขับขี่*

ประวัติการขับขี่ จะบอกว่า คุณเป็นคนที่มีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหนที่จะเกิดอุบัติเหตุ หากคุณมีความเสี่ยงมาก เพราะเคยเกิดอุบัติเหตุมาก่อนบ่อยๆ คุณก็ต้องจ่ายเบี้ยแพงกว่านั่นเอง

*ความนิยมต่อการถูกขโมย*

รถแต่ละรุ่น มีความนิยมที่ถูกขโมยแตกต่างกัน ซึ่งรถที่ได้รับความนิยมสูง และเกิดการหายบ่อย ก็จะมีเบี้ยประกันที่สูงกว่า อย่างไรก็ตาม ถ้ารถของคุณมีระบบป้องกันการขโมยเพิ่มเติมที่แน่นหนามาก ก็อาจนำไปขอเป็นส่วนลดได้

*เคล็ดลับในการเลือกประกันรถยนต์*

เลือกและเปรียบเทียบประกันรถยนต์จากทุกเจ้าในตลาด
เลือกประเภทประกันรถยนต์ที่คุณต้องการ
หาความรู้เรื่องประกันรถยนต์
รู้รายละเอียดรถของคุณเป็นอย่างดี
ประเมินค่าใช้จ่ายที่คุณรับได้
ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของบริษัทประกันที่คุณกำลังจะเลือกซื้อ
หาวิธีต่อรองของลดราคาเบี้ยประกัน
ใช้ประโยชน์จากส่วนลดต่างๆ

*เคลมประกันทำอย่างไร?*

ในกรณีที่ไม่มีใครผิดโดยชัดเจนอย่าเคลื่อนย้ายรถจนกว่าตำรวจจะมาทำเครื่องหมายและให้ย้าย
ติดต่อตำรวจในท้องที่ หากไม่มีตำรวจในบริเวณนั้น
โทรหาบริษัทประกันของคุณ เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟัง
หากเกิดขึ้นในต่างจังหวัด หรือบนทางหลวง คุณสามารถติดต่อตำรวจทางหลวงได้ หลังจากนั้นจึงโทรหาบริษัทประกันของคุณ
เมื่อคุณไม่ใช่คนผิดจนเลขทะเบียน ชื่อ ที่อยู่ของคู่กรณีที่ทำผิด
ให้ผู้กระทำผิดลงนามในเอกสารที่เตรียมโดยบริษัทประกันของคุณ และจดรายละเอียดในใบขับขี่ของผู้กระทำผิด
จดรายละเอียดของพยานในที่เกิดเหตุ (ถ้ามี)
โทรหาบริษัทประกันของคุณ
ในกรณีของผลการเคลม คุณต้องติดตามบริษัทประกันของคุณในภายหลัง
เมื่อคุณไม่ใช่คนผิด

จนเลขทะเบียน ชื่อ ที่อยู่ของคู่กรณีที่ทำผิด
ให้ผู้กระทำผิดลงนามในเอกสารที่เตรียมโดยบริษัทประกันของคุณ และจดรายละเอียดในใบขับขี่ของผู้กระทำผิด
จดรายละเอียดของพยานในที่เกิดเหตุ (ถ้ามี)
โทรหาบริษัทประกันของคุณ
ในกรณีของผลการเคลม คุณต้องติดตามบริษัทประกันของคุณในภายหลัง
ในกรณีที่คุณผิดโทรหาบริษัทประกันของคุณทันที
อย่าลงนามในเอกสารก่อนที่บริษัทประกันของคุณจะมาถึงที่เกิดเหตุ
เคลื่อนย้ายรถไปยังที่ที่ไม่กีดขวางการจราจร หลังจากที่ยอมรับความผิด
ให้ชื่อและที่อยู่ของคุณแก่คู่กรณี ถ้าอีกฝ่ายขอ
ในกรณีที่บาดเจ็บ หรือ เสียชีวิตmถ้าฝ่ายที่ได้รับบาดเจ็บยังมีสติ และยินยอม และยังไม่มีการเรียกรถพยาบาล คุณสามารถพาผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดได้ แต่ถ้าไม่มีสติแล้ว คุณควรโทรหารถพยาบาลทันที
ติดต่อบริษัทประกันทันที
หากเป็นกรณีที่อาจจะมีการฟ้องร้องกันในภายหลัง บริษัทประกันอาจมีนักกฎหมายเป็นตัวแทนคุณในระหว่างการเจรจาได้
อย่าเจรจาเรื่องค่าสินไหมทดแทนเอง จนกว่าเจ้าหน้าที่จากบริษัทประกันจะไปถึง
ในกรณีชนแล้วหนีพยายามจำเลขทะเบียนของรถที่ชนแล้วหนีให้ได้ หลังจากนั้นแจ้งตำรสจ และระบุเลขทะเบียนของรถคันนั้น เพื่อใช้ในการฟ้องร้องดำเนินคดีต่อไป
ในกรณีที่ยานพาหนะโดนยึดถ้ารถของคุณถูกเจ้าหน้าที่ยึดเอาไว้ก่อน ให้ตำรวจที่รับผิดชอบจดทรัพย์สินที่มีอยู่ในรถคุณเอาไว้ด้วยในรายงาน

*ข้อสังเกตุ*

ใบเคลมที่ได้รับมา โปรดเก็บไว้ให้ดี ซึ่งดีที่สุดคือเก็บไว้ในรถ
เมื่อได้กรมธรรม์มา ควรอ่านให้ละเอียดว่าคุณได้รับความคุ้มครองใดบ้าง และทำอย่างไรเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
เพื่อการให้บริการที่มีประสิทธิภาพ กรุณาทำตามขั้นตอนที่แนบมาในกรมธรรม์อย่างเคร่งครัด

*ควรทำอย่างไรในกรณีรถหาย?*

แจ้งตำรวจทันที หรือแจ้งศูนย์รับเรื่องรถหาย ที่เบอร์ (02) 245-9059 or 245-6951 โดยแจ้งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ทั้งหมด ได้แก่ เลขทะเบียน สี เลขตัวถัง สถานที่ที่รถหาย วันที่รถหาย เป็นต้น
แจ้งบริษัทประกันที่คุณทำประกันด้วย และให้เอกสารที่จำเป็นแก่บริษัทประกัน
ถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติมที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ รีบแจ้งแก่บริษัทประกันทันที ข้อมูลจะถูกเก็บเป็นความลับ

*ให้ข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว*

เตรียมข้อมูลสำคัญๆ เหล่านี้ไว้ใกล้มือ หากจำได้ยิ่งดี เพราะสิ่งเหล่านี้คุณจะต้องแจ้งกับบริษัทประกันของคุณนั่นเอง

ชื่อผู้เอาประกัน เลขที่กรมธรรม์
เลขใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ รุ่นรถ สีรถ
ชื่อคนขับขี่
สาเหตุของอุบัติเหตุ (คร่าวๆ)
สถานที่เกิดเหตุ พร้อมจุดสังเกตเพื่อให้ตัวแทนจากบริษัทประกันเดินทางไปยังที่เกิดเหตุได้เร็วที่สุด
จดชื่อตัวแทนจากประกันที่คุณคุยด้วย และเวลาที่คุณโทรติดต่อกับตัวแทนคนนั้น
ข้อ 5-6 สำคัญมากเพราะว่า ยิ่งคุณแจ้งรายละเอียดมาก พนักงานก็จะไปถึงเร็ว และสามารถตามเรื่องได้ง่าย ถ้าคุณจำชื่อพนักงานได้

*เอารถที่เอาประกันส่งซ่อมอย่างไร?*


    บริษัทประกันจะจัดการให้รถคุณส่งซ่อมในอู่ที่อยู่ในเครือของบริษัทประกัน
หากคุณต้องการซ่อมอู่นอกเหนือไปจากที่อยู่ในเครือของบริษัทประกัน คุณต้องแจ้งให้บริษัทประกันทราบ
บริษัทประกันอาจทำการเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ หากมองเห็นว่าไม่สามารถซ่อมได้
ก่อนส่งรถเข้าซ่อม โปรดเช็คทรัพย์สินของคุณให้ดีก่อน และจดบันทึกเอาไว้
ก่อนรับรถหลังซ่อม เช็คและตรวจสภาพว่าพึงพอใจหรือไม่ก่อนลงนามรับรถ หากไม่พอใจในการบริการ แจ้งบริษัทประกันได้ทันที
คุณมีสิทธิ์ในการตรวจเช็คสภาพรถในจุดที่ซ่อมได้ตลอดเวลากับอู่ในเครือของบริษัทประกัน
ถ้าการซ่อมล่าช้าผิดปกติ สามารถแจ้งบริษัทประกันได้ทันที
ถ้าตามหน้ากรมธรรม์ของคุณระบุว่า คุณต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกเอง ทางบริษัทประกันจะให้อู่ในเครือของประกัน เก็บค่าใช้จ่ายส่วนนั้นจากคุณโดยตรง

Powered by MakeWebEasy.com